ยูเครนโวยวาย นาโตปฏิเสธประกาศ “เขตห้ามบิน” ในสมรภูมิ

นายเยนส์ สโตลเทนเบิร์ก เลขาธิการองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) แถลงเมื่อวันศุกร์ เกี่ยวกับการที่ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน เดินหน้าเรียกร้องให้นาโตประกาศ “เขตห้ามบิน” ว่านาโตเป็นสหภาพทางทหาร “ที่ต้องคุ้มครองสมาชิก” ซึ่งอยู่รอบยูเครน ไม่ให้ได้รับผลกระทบจากความรุนแรง ที่อาจลุกลามข้ามพรมแดน เนื่องจากหากเป็นเช่นนั้นจริง สถานการณ์จะยิ่งเลวร้าย

อย่างไรก็ตาม นาโต “ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้งครั้งนี้” จึงไม่มีมติต้องประกาศเขตห้ามบินเหนือยูเครน ด้านนายแอนโทนี บลิงเคน รมว.การต่างประเทศสหรัฐ กล่าวว่า นาโตพร้อม “ปกป้องอธิปไตยทุกตารางนิ้วของสมาชิก” ในส่วนยูเครนจะยังคงมีการมอบความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และความสนับสนุนทางทหารในรูปแบบอื่น อาทิ การส่งมอบอาวุธ

แม้แถลงการณ์ร่วมของนาโตหลังจากนั้น มีการประณามปฏิบัติการทางทหารของรัสเซียในยูเครน และเรียกร้องการยุติความรุนแรง แต่เซเลนสกีกล่าวถึงการประชุมครั้งนี้ “เป็นการแสดงความอ่อนแอ” ของนาโต ที่เท่ากับเป็นการ “ไฟเขียว” ให้รัสเซียเดินหน้าปฏิบัติการทางทหารในยูเครนต่อไป

ขณะที่ก่อนหน้านั้นไม่กี่วัน พล.อ.ลอยด์ ออสติน รมว.กลาโหมของสหรัฐ ยืนยันไม่มีแผนการประกาศเขตห้ามบินเหนือยูเครน เนื่องจากประธานาธิบดีโจ ไบเดน มีจุดยืนชัดเจนมาตลอด ว่าไม่ประสงค์สู้รบกับรัสเซียบนแผ่นดินยูเครน

หากสหรัฐเป็นผู้ประกาศเขตห้ามบิน เท่ากับว่า กองทัพสหรัฐ “ต้องเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง” กับอากาศยานทางทหารของรัสเซีย หรือพูดให้ง่ายที่สุด คือ เขตห้ามบินจะเป็นการนำสหรัฐไปเผชิญหน้าทางทหารโดยตรงกับรัสเซีย ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลวอชิงตันไม่ต้องการ

อนึ่ง การกำหนดเขตห้ามบินด้วยเหตุผลทางยุทธวิธี “ให้มีผลผูกพันตามกฎหมายระหว่างประเทศ” ต้องประกาศโดยคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) เท่านั้น ทว่าในยามสู้รบหลายต่อหลายครั้ง บรรดาประเทศมหาอำนาจมักกำหนดเขตห้ามบินกันเอง